Final Fantasy XV คลิป "วิว" เต็มๆแบบไม่มีแอคชั่นปน!!

ทาง Square-Enix ญี่ปุ่นได้ปล่อยคลิปของ Final Fantasy XV ออกมาให้ชมกันเพิ่มเติมครับ โดยคลิปนี้จะไม่เหมือนคลิปก่อนๆ ที่เต็มไปด้วยแอคชั่น เรื่องราว ... แต่คลิปนี้คือคลิปของ "วิวทิวทัศน์" ของ Final Fantasy XV ล้วนๆครับ

ก็ลองชมดูกันครับ ว่าสวยงามอลังการ คุ้มค่าแค่การรอคอยแค่ไหน!!
ดูคลิปแล้ว ... มีมุมของทาง "ยุโป" เยอะเหมือนกัน คือบางมุมนี่ "มีจริง" ในโลกปัจจุบันอ่ะครับ วิวที่เป็นทุ่งโล่งๆที่ดูแห้งแล้ง ก็เหมือนในอเมริกา (แต่แน่นอนละ ว่ามุมนั้นไม่น่าสนใจ ต่อให้มีจริง 555+)
ผมดูแล้ว ใครชอบวิวแบบยุโรป ก็ไปเที่ยวยุโรปได้เลย เหมือนได้อยู่ใน FF15 ทุกอย่างอ่ะครับ เหอๆๆ

ยกตัวอย่างฉากนี้ ... นี่มันเวนิส หรือเวเนเซีย ที่อิตาลีชัดๆเลย ต่างกันแค่รายละเอียดปลีกย่อย แต่บรรยากาศนี่แบบว่าชัดๆเลยอ่ะครับ
ใครสนใจ ไปเที่ยวอิตาลีได้ครับ บรรยากาศดูดิบๆแท้ๆกว่านี้อีกครับ ^ ^

นอกจากนั้น ผมยังชอบระบบกลางวันกลางคืน (ซึ่งเกมส่วนใหญ่สมัยนี้ก็มีหมดละ) ที่ทำให้ได้วิวทิวทัศน์ที่สวยในอีกอารมณ์แม้จะเป็นสถานที่เดียวกันครับ

โฉมงาม กับ เจ้าชายอสูร - Beauty and the Beast หนังภาคคนแสดงจริง มาแล้ว!!

โฉมงาม กับ เจ้าชายอสูร หรือ Beauty and the Beast นั้น เป็นการ์ตูนของดิสนี่ย์ที่โด่งดังมานานครับ ... สำหรับเนื้อเรื่อง เอาคร่าวๆว่านางเอกเป็นคนสวย ส่วนพระเอกโดนคำสาปให้อยู่ในร่างอสูรน่าเกลียด ... คร่าวๆแค่นี้ละกัน แต่คาดว่าส่วนใหญ่เคยดูกันหมดละ ^ ^"
มาครั้งนี้ ทาง Waltz Disney ก็ได้จับเอาเรื่องนี้มาปัดฝุ่นอีกครั้ง จะทำอนิเมเหมือนเดิมก็อย่างไรอยู่ เลยจับทำเป็นหนังเวอร์ชั่นคนแสดงจริงมันซะเลย!!
และนี่คือ Trailer ที่ปล่อยออกมาสดๆร้อนๆครับ
สำหรับคนแสดงเป็นนางเอก ก็คงเห็นกันแล้วแว้บๆนะครับว่าใคร จำกันได้ไหมเอ่ย? แม้จะโผล่มาให้เห็นไม่มาก
นางเอกก็คือเจ๊เอมม่า วัตสัน อดีตแม่มดสาวตัวหลักในแฮรี่พอตเตอร์นั่นเอง

สำหรับเวลาการเข้าฉาย กำหนดการนับว่าอีกพักใหญ่ๆครับ วันที่ 17 มีนาคม 2017 ... ก็เกือบๆปีนับจากวันที่ผมพิมพ์ละนะครับ ปล่อยตัวอย่างหนังมาให้ดูเร็วมากๆ

สุดยอดคลิปวิดีโอตัดต่อขั้นเทพ!! MV Up&Up by Coldplay!!

Coldplay เปิดตัวเพลงใหม่ในชื่อว่า Up&Up ที่ไม่ได้แค่เจ๋งในเรื่องเพลงๆเท่านั้น แต่ MV เพลงเพลงนี้โชว์เทคนิคการตัดต่อวิดีโอขั้นเทพมาให้เราได้ชมกันด้วย ซึ่งภาพที่เห็นนั้น ต่อให้เป็นแค่ภาพนิ่ง ก็จัดว่าตัดต่อเจ๋งแล้ว แต่ที่เห็นนี้ คือตัดต่อวิดีโอกันเลยครับ ยิ่งเจ๋งไปใหญ่
เอาเป็นว่าชมกันเลยดีกว่า ฟังเพลงเพราะๆไปพลางๆด้วย
...
ดูแล้ว คิดเหมือนผมไหม? มันไม่ได้เจ๋งแค่ตัดต่อเนียนครับ ถ้าแค่นั้น ก็เห็นได้มากมายตามหนัง Hollywood
ที่เจ๋งจริงๆก็คือ 1. สร้างสรรค์ ... บางคนตัดต่อดี แต่ก็ไม่ได้สร้างสรรค์อะไร แต่ในคลิปนี้ค่อนข้างสร้างสรรค์มากๆ
ต่อมาก็คือ 2. สวยและดูศิลป์ ... แน่นอน ว่าตัดต่อเนียนแล้ว สร้างสรรค์แล้ว บางครั้งก็ยังขาดความสวยงาม องค์ประกอบแบบศิลป์ๆอยู่บ้าง
แต่คลิป MV Up&Up เพลงนี้ สวยมากๆ ดูเพลิน สร้างสรรค์ด้วย แล้วก็เนียนด้วย ... ไร้คำบรรยายจริงๆครับ เห็นด้วยไหม? ^ ^

รีวิวเสื้อ Burberry Check Shirt พร้อมกล่องและแพคเกจอย่างหรู!!

อย่างว่า ตอนนี้อยู่อังกฤษ ระบบการช้อปออนไลน์ค่อนข้างดี ไว้ใจได้ และรีเทิร์นได้หากมีปัญหา ... ก็เลยนี่เลยครับ สั่งเสื้อ Burberry Check Shirt มาตัวนึง จากเวบ official ของ Burberry ตรงๆเลยครับ รุ่นที่เลือกก็ลาย Signature ของ Burberry เค้าเลย ... สั่งเสื้อสำหรับเด็กชายอายุ 14 มาลองนะครับ เพราะรุ่นที่สั่งมา การเข้าลายและเนื้อผ้า จะเป็นรุ่นเดียวกับสำหรับผู้ชายเลย แล้วที่ผ่านมา ก็ใส่เสื้อเด็กชาย 14 ได้สบายๆ (ยี่ห้ออื่นๆ) ก็เลยขอลอง Burberry ดูหน่อยสิ
ตอนที่สั่งมา เค้าให้เลือกได้ครับ ว่าให้ห่อใส่กล่องด้วยไหม? เพิ่มกล่องมาฟรีไม่เสียเงิน ก็ต้องเพิ่มกล่องสิ 555+
กล่องใส่ถุงพลาสติกสีดำมาครับ แล้วก็ด้านในมีกล่องขาวล้วนแบบนี้
เปิดออกดูภายใน กล่องค่อนข้างสวยหรู พันริบบิ้นแล้วกลัดด้วยกระดาษชนิดเดียวกับกล่องอีกที มีการ์ดมาให้ด้วย
การ์ดอันนี้เป็นการ์ดอันเล็กสำหรับอวยพรน่ารักๆ หากเราจะมอบเป็นของขวัญครับ
ภายในจะมีคำพูดปริ๊นท์ไว้ให้ ตั้งแต่เราเลือกสั่งไว้เลย
ส่วนซองใหญ่ ภายในจะเป็นใบเสร็จ และเอกสารแนบหากต้องการรีเทิร์นสินค้าครับ สะดวกมะ? ^ ^
ต่อไปก็ถึงคราวของกล่องบ้างละ
กล่องนี้ดีตรงที่ เราไม่ต้องคลายปมริบบิ้นครับ ดึงออกข้างๆได้เลย เวลาจะสวมเข้าเหมือนเดิมก็ทำได้เลยเช่นกัน ต่างกับหลายๆยี่ห้อที่มัดมาแล้ว เวลาจะผูกเข้าเหมือนเดิม ทำได้ยากมาก
ด้านหลังครับ
แกะริบบิ้นออกละ
เปิดดูภายใน
ว่าแล้วก็ย้อนกลับไปดูเนื้อกระดาษกล่องกันหน่อย คุณภาพดีมากๆ สมราคายี่ห้อเค้าล่ะครับ
สวยและคุณภาพดีจริงๆ ตัวนูนสีทองกำลังได้ที่เลย เหอๆๆ แต่ที่ถ่ายรูปมา สีเพี้ยนนิดครับ รูปบนๆสีจะสมจริงกว่า
ว่าแล้วก็เปิดเอาเสื้อออกมาดู
ขอบอกว่าราคาเสื้อเด็ก ถูกกว่าเสื้อผู้ใหญ่เกินกว่า "ครึ่ง" อ่ะครับ เลยกะว่าลักไก่ใส่เสื้อเด็กดีกว่า 555+ (แต่ก็ต้องคิดผิดครับ ยี่ห้อนี้ทำอกพอดี แต่ทำไหล่มาแคบเกินไปครับ ใส่แล้วดูไม่พอดีเท่าไหร่  ผมเลยจำต้องรีเทิร์นคืน ตามระเบียบ -*-)
แทคสำหรับ Burberry Children ครับ มีแทคดำอีกอัน แล้วก็มีซองกระดุมด้วย
ดูใกล้ๆ
ด้านหลังต้องมีรหัสเลขอยู่อีกครับ
ดูกระดุมครับ ถ้าเป็นของผู้ใหญ่ จะเป็นกระดุม Burberry กับ Brit
ส่วนของเด็ก จะเป็น Burberry สองคำ แล้วก็ใช้กระดุมขาวธรรมดาๆ
กระเป๋าเสื้อครับ
การตัดเย็บนั้น จัดว่า "ธรรมดา" มากๆครับ ไม่ต่างจากเสื้อตัวละ 500 บาทเลย
ค่อนข้างผิดหวังนิดนึง ... คือรุ่น Brit กับของเด็กนี่จะเป็นไลน์แถวล่างนิดนึงครับ ต่างจาก Prorsum ซึ่งผมเคยรีวิวไปแล้ว ตัวนั้นตัดเย็บเนี๊ยบมากๆ (แต่ก็ไม่ต่างจากเสื้อหลักพันมากนักนะครับ)
ให้ดูว่ามีความไม่ปราณีตหลงเหลืออยู่ ซึ่งเสื้อผ้าแบรนด์แบบนี้ ราคาแบบนี้ ถ้ามีแบบนี้ด้านในยังพอว่าครับ แต่ด้านนอกไม่น่าจะมีแล้ว
ฝีมือแรงงานก็จากพี่ไทยเรานี่เอง ^ ^
ไลน์ Brit กับของเด็ก น่าจะมาจากไทยทั้งหมดครับ (ถ้าอยากได้ของอิตาลีต้อง Prorsum แต่ราคาก็ต่างกันเท่าตัวเลยครับ)
ก็จบรีวิวเพียงเท่านี้ครับ
ตัวนี้ทุกอย่างพอดีตัวหมด ยกเว้นไหล่อย่างเดียวจริงๆ ไหล่แค่ 14 นิ้วเอง ก็ใส่ได้นะครับ แต่ราคาเสื้อก็แพงอยู่ ทุ่มเงินกับตัวที่ใส่พอดีดีกว่า ก็เลยต้องส่งคืนตามระเบียบ เหมือนสั่งมาเพื่อรีวิวโดยเฉพาะเลย เหอๆๆ

รีวิว London Eye ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ใหญ่ริมแม่น้ำ Thames ที่ลอนดอนอังกฤษ

Highlight ที่เที่ยวของกรุง London ประเทศอังกฤษนั้น ส่วนใหญ่ก็คือสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่สร้างมานานนับร้อยปี ไม่ว่าจะ Big Ben หรือ Tower of London ก็เปรียบเสมือนโบราณสถานอันเลอค่ากลางกรุงทั้งนั้น
แต่สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปชมครั้งนี้ เรียกได้ว่าเพิ่งสร้างใหม่ แล้วก็มีแบบนี้หลายๆที่ในทั่วโลกด้วยครับ นั่นก็คือ "กระเช้า" หรือ "ชิงช้าสวรรค์" ขนาดใหญ่ ที่ชื่อว่า London Eye นั่นเอง
แน่นอนว่าอาจจะซ้ำๆ กับหลายๆที่ ... แต่สิ่งที่ไม่ซ้ำ ก็คือ "วิว" จากด้านบนนั่นเองครับ ... ก็ ... ไม่ถึงกับว่าไม่น่าสนใจนะครับ เพราะคุณจะได้เห็นวิว 360 องศาจากมุมสูงสุดของกระเช้า London Eye ของเมืองลอนดอนครับ ^ ^
ตัวลอนดอนอายนั้น เห็นเด่นชัดจากระยะไกลครับ ติดอยู่ริมแม่น้ำ ใกล้ๆละแวกนั้นก็เป็นสวนสาธารณะครับ เดินเล่นชมวิว พักผ่อนหย่อนใจ ได้หมด ... ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องเงินก็ค่อยขึ้นกระเช้าไปชมวิวครับ 555+
พอไปถึง ก็จะพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่อคิวมากมาย ... ส่วนใหญ่ก็คนต่างชาติที่มาเที่ยวนี่ล่ะครับ เยอะจนแอบคิดว่า "ซื้อตั๋วตอนนี้ คงอีก 2 ชม. ถึงจะได้ขึ้น" ... แต่เปล่าเลยครับ ไวมาก!!
เพราะกระเช้า ถ้าจำไม่ผิด ผมนับดู มีมากกว่า 30 กระเช้าครับ กระเช้านึงขึ้นได้สิบกว่าคน ... และรอบนึง ก็นั่งประมาณครึ่งชม. ... ดังนั้น ทุกๆไม่ถึง 1 นาที จะมีกระเช้าให้คนกลุ่มใหม่ขึ้นไปเรื่อยๆเสมอๆครับ คอยจริงๆ ประมาณ 30-45 นาทีครับ คิวไวมากๆขอบอก
ก็คอยให้กระเช้าเลื่อนมาถึงเราครับ ใกล้ถึงตาเราได้ขึ้นบ้างละ!!
อยู่บนกระเช้าละครับ กว้างขวาง และจุคนได้เยอะมากๆ
ตอนที่ไปถึงนี่เริ่มๆเย็นละ (แอบคิดว่า ถ้าเย็นอีกนิดนึง เห็นพระอาทิตย์ตกดิน น่าจะสวยกว่านี้)
ชมวิวแม่น้ำเธ็มส์ครับ
และเมื่อกระเช้าเคลื่อนเข้าสู่จุดสูงสุด ตรงนี้คือวิวแบบ 360 องศาเลย ... แต่จะได้เห็นวิวฝั่งไหน ก็ต้องเดินชมกันเอาเองครับ
มองไปทางขวาครับ ... นั่นคืออะไร?
มันคือหอนาฬิกาบิ๊กเบนนั่นเอง ดูเล็กไปเลย เหอๆๆ แต่ก็เป็นมุมที่ทำให้ถ่ายรูปเห็นอาคารแห่งนี้ครบถ้วนเต็มๆทั้งหมดจริงๆ
มองไปยังสวนใกล้ๆ คนตัวเท่ามด ^ ^
ผ่านไปพักนึง อ้าว ครบครึ่งชม.แล้วหรือ?
ก็ไม่ถึงกับเวลาน้อยเกินไปนะครับ ครึ่งชม.เนี่ย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับมากเกินไปเช่นกัน ผมว่ากำลังดีเลยทีเดียว
ถ่ายกระเช้าจากท่าเรืออีกมุมหนึ่ง
และ ขณะที่เดินมุ่งหน้าไปหอนาฬิกาบิ๊กเบน และมองย้อนกลับมาที่กระเช้า London Eye ตอนนี้เริ่มเปิดไฟเป็นสีแดงแล้วครับ ตอนนี้ก็เป็นอีกช่วงที่การชมวิวด้านบนของ London Eye น่าจะสวยมากๆ
เริ่มมืดเข้าไปอีก เมืองก็เริ่มมีสีสันไปอีกแบบครับ
ปิดท้ายด้วยภาพ London Eye ในยามเช้าครับ ถ่ายย้อนแสงดูหน่อย
สำหรับราคาค่าขึ้น ผมจำไม่ได้ คุ้นๆว่า 20 กว่าปอนด์ต่อคนนะครับ ไม่ถูกเลย ... แต่ก็ไม่แพงจนแบบว่าทำใจไม่ขึ้นได้
เป็นการตั้งราคาที่รีดเงินออกจากกระเป๋าลูกค้าได้มากที่สุดจริงๆ -*- (คือมากกว่านี้ก็ไม่ขึ้น ถ้าน้อยกว่านี้ก็จะรู้สึกว่าถูกมากๆ ... เป็นราคาที่ทั้งต้องขึ้น และทั้งเสียดายเงินจริงๆ 555+)
ก็จบการรีวิว London Eye เท่านี้ครับ จริงๆก็ไม่ได้รีวิวเท่าไหร่นะ เอารูปมาให้ชมกันอย่างเดียว 555+

รีวิว Big Ben หอนาฬิกาชื่อดังแห่งกรุง London ประเทศอังกฤษ

แลนด์มาร์คหลัก ... น่าจะอันดับหนึ่งเลยมั้งที่นี่ สำหรับการมาเยือนลอนดอนประเทศอังกฤษ แบบว่าห้ามพลาดแลนด์มาร์คอันนี้มากๆ ไม่ผ่านมาดูเหมือนมาไม่ถึง สำหรับ Big Ben หรือหอนาฬิกาบิ๊กเบนแห่งนี้ครับ
การเดินทางก็ไม่ยากเย็นอะไร tube ที่อยู่ใกล้ๆแบบเดินมาถึงก็มีหลายช่องทาง นอกจากนั้น ใกล้ๆนี้ท็มีจุดให้เที่ยวให้ถ่ายรูปอื่นๆอย่างเช่นแม่น้ำ Thames และกระเช้า London Eye ด้วย
รููปแรกนี่ถ่ายจากบน London Eye ครับ ผมไปเที่ยวลอนดอนอายมาก่อน แล้วค่อยเดินมาที่บิ๊กเบนอีกที มันใกล้กันมากๆ
วิวของบิ๊กเบนครับ
จริงๆตัวอาคารหลักๆของบิ๊กเบนก็คือตึกอาคารรัฐสภาของอังกฤษครับ (House of Parliament) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Palace of Westminster (พระราชวังเวสมินสเตอร์) แต่คนส่วนใหญ่จะเรียกว่า Big Ben เพราะว่าตัวหอนาฬิกามันเด่นจริงๆ แต่ถ้าเรียกรวมๆจริงๆก็ต้องใช้สองชื่อแรกจะเหมาะกว่า

ภาพนี้ เริ่มจะค่ำละครับ ถ่ายจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำใกล้ๆ London Eye
สักพัก อ้าว เค้าเปิดไฟ ... สวยขึ้นมาทันตา
เดินแวะโน่นนี่นั่น ... เริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่เปลี่ยวนะครับ คนเยอะมาก เป็นหนอนเลยทีเดียว
พอเดินใกล้ถึง เป็นช่วงที่เหมาะแก่การถ่ายภาพโพล้เพล้ ท้องฟ้าจะเป็นสีฟ้าเข้ม สวยดีครับ ปล. ไม่ได้ใช้เทคนิคถ่ายภาพอะไรนะครับ ยกถ่ายเฉยๆ สำหรับคนที่พิถีพิถัน รับรองว่าเวลานี้ ได้ภาพสวยกริ๊กเลย!!
ตัวของบิ๊กเบนนั้น ติดกับสะพานข้ามแม่น้ำ Thames นะครับ ดังนั้น เดินไปถ่ายรูปบนสะพานนี่แหละเวิร์คสุดๆ
ถ่ายจากบนแม่น้ำดูวิวริมแม่น้ำก็สวยดีครับ
ย้อนกลับไปถ่าย London Eye ก็สวยครับ
หันกลับมาถ่ายที่ Big Ben อีกรอบ
จะบอกว่าถ่ายรูปคู่กับบิ๊กเบนเวลานี้ แฟลชก็ไม่ต้องใช้ครับ มีแสงจากโคมไฟบนสะพานครับ สีนวลเป็นธรรมชาติง่ายๆกันเลย สวยดีครับ
เดินเลยไป ถ่ายเน้นๆเฉพาะหอนาฬิกาอีกมุมหนึ่ง
อันนี้เดินลงสะพานไปแล้วถ่ายย้อนมาที่หอนาฬิกาครับ
ที่พักที่ผมพัก พักใกล้ๆ Big Ben ครับ (ไม่ใกล้มาก แต่เดินมาได้) เลยแวะมาถ่ายรูปอีกทีตอนเช้า ไม่จุใจ 555+
ซูมดูหน่อยสิ ^ ^
ตรงด้านข้างตรงนี้ ถ่ายเห็นทั้งบิ๊กเบนและลอนดอนอายพร้อมๆกัน
สรุปแล้ว ไม่รู้จะบรรยายอะไรมากครับ เป็นแลนด์มาร์คที่เหมาะแก่การถ่ายรูปและดื่มด่ำบรรยากาศอย่างเดียวเลยจริงๆครับ ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น
แต่ที่ดีคือ ใกล้ London Eye (จริงๆ London Eye มาสร้างทีหลังอ่ะนะ) ทำให้เหมือนเดินมาบริเวณนี้ก็มีอะไรหลายๆอย่างให้เที่ยวให้ชมและถ่ายรูปครับ ^ ^