Foo Fighters - Something from Nothing เพลงใหม่จากเหล่าลุงสุดเก๋า

Foo Fighters กลับมาแล้วจ้า ผมเองก็เป็นแฟนเพลงของพวกลุงๆแกเป็นพักๆครับ กลุ่มนี้ออกเพลงมาแต่ละทีนี่แบบว่าถูกใจมั่งไม่ถูกใจมั่ง (สำหรับผมคนเดียวอ่ะนะ) คือตัวเพลงของ Foo Fighters ส่วนใหญ่ก็ดีแหละ แต่มันจะมีเมโลดี้เอกลักษณ์ที่บางทีผมไม่ชอบอ่ะนะ ... แต่สำหรับเพลงใหม่ครั้งนี้อย่าง Something from Nothing นี้ ค่อนข้างชอบครับ!!

ลองฟังกันเลยดีกว่าครับ กับ Foo Fighters - เพลงใหม่ Something from Nothing
เพลงของ Foo Fighters นี่แบบว่าแบบนี้ตลอดครับ วงการเพลง ตลาด กระแส ไม่ค่อยกระทบพวกลุงๆเค้ามากนัก ... เพลงเค้าแนวทางเดิมมากๆ แล้วก็นิ่งมากๆ ไม่รวนเลย ไม่มีการเอาใจตลาด แต่เอาใจเฉพาะแฟนๆของ Foo Fighters ล้วนๆ
เพลงนี้ผมนึกถึงเพลง The Pretender นะ ผมชอบแนวทางนี้ของ Foo Fighters ครับ ... (แต่ก็ยังชอบ Pretender มากกว่า)

รีวิว Denta Mate เดทตาเมท ยาสีฟันสมุนไพรสกัด!!

ไปเจอยาสีฟันน่าสนใจใน 7-11 มาครับ ยี่ห้อ Denta Mate (เดนตาเมท)
จุดเด่นที่สะดุดคือ มันเป็นยาสีฟันที่บอกว่า ใช้ปริมาณน้อยๆพอ แบบว่าแค่เท่าเม็ดถั่วเขียวก็ใช้แปรงฟันได้ ... ซึ่งนึกถึงตัวนึงของแอมเวย์ ที่ออกสไตล์เดียวกัน
แต่ทว่า เจ้า Denta Mate นี้ ... ยังมีคำโปรยอีกว่า เป็นยาสีฟันสมุนไพรสกัด ... !! ... นึกว่าใช้สารเคมีแรงๆซะอีก แต่เป็นสมุนไพรหรือเนี่ย? แถมสกัดอีก? ... ก็เลยลองดูหน่อย
แกะออกจากกล่อง เจอยาสีฟันหลอดจิ๋วเดียว แต่เค้าเคลมว่าใช้ปริมาณน้อยๆก็พอ ... ก็คงใช้ได้นานแหละมั้ง
ว่าแล้วก็ทดสอบดูหน่อย เนื้อครีมขรุขระแฮะ ... หยดออกมา ดูไม่น่าใช้ยังไงชอบกล ...
แต่พอใช้แล้ว ... ก็เออนะ ใช้ดีเหมือนกัน แต่ผมว่าถ้าใช้ปริมาณเท่าถั่วลิสง น่าจะดีกว่าถั่วเขียวมั้ง เหอๆๆ
กลิ่นหอมสดชื่นแบบสมุนไพรครับ แต่ไม่สมุนไพรจ๋าแบบดอกบัวคู่นะ ให้อารมณ์สารเคมีบ้างเหมือนกัน แต่ก็ดีกว่ายาสีฟันปกติทั่วๆไปครับ ก็อาจจะแล้วแต่ชอบครับ

สนใจก็หาซื้อได้จากร้านเซเว่นทั่วประเทศครับ อาจจะมีบ้างไม่มีบ้างครับ ^ ^

รีวิว Pharrel Williams CD อัลบั้ม GIRL

เกริ่นก่อนเลยว่าเพลงแนว Pharrel Williams เนี่ย ไม่ใช่แนวที่ชอบเลยนะครับ สำหรับ Album ใหม่ล่าสุดอย่าง GIRL นั้น มีเพลงที่มีจังหวะและทำนองถูกใจหลายเพลงมากๆ ก็เลยตัดสินใจซื้อมาครับ ^ ^ (หลักๆเลยคือไปปิ๊งเพลง It Girl น่ะครับ ชอบ MV 555+ แล้วก็ Happy ก็ถูกใจมากๆเช่นกัน)

อย่างไรก็ตาม หน้าปกอัลบั้มของ Pharrel Williams ก็นะ ... ดูอร้าอร่ามกลายๆ ยังไงไม่รู้ ... ประมาณว่าออกแนวบ้าสาวๆไปหน่อยหรือเปล่า ... แต่ก็สมกับชื่ออัลบั้มที่ชื่อว่า GIRL ล่ะนะครับ ฟังเพลงเค้าแต่ละเพลง ได้ยิน girl girl girl หลายเพลงอยู่ -*-
บอกตรงๆ ดูผ่านๆนึกว่าวงแนวป๊อปแดนซ์ ที่มีสมาชิกสาว 3 คนแล้วก็ผู้ชายอีกหนึ่งคน -*-

ดูหน้าปกหลัง ... จะไปแช่น้ำร้อนกันหรอครับคุณพี่
เปิดดู CD เป็นแผ่นสีเหลือง ซึ่งไม่ค่อยซ้ำกับแผ่นอื่นๆ เอาไปเรียงแล้วหยิบมาเล่นได้สะดวกดี
ปกหลังด้านใน ... ก็คงคอนเซปท์เดิมครับ ครั้งนี้ไม่มีใครใส่แว่นกันแดดแล้ว ทำภาพแบบฟิล์มเก่าๆ ประหนึ่งว่าถ่ายรูปสะท้อนในกระจกจากกล้องวินเทจ ก็เก๋ดีครับ
และ อันนี้ไม่เข้าใจครับ เครดิตคนที่มีส่วนร่วมกับอัลบั้มหรือไร? หน้าใครบ้างก็ไม่รู้ ทั้งหญิงและชาย ไม่มีเกี่ยงวัย ที่หน้าปกรองแผ่น CD
ข้อดีคือมีเนื้อเพลงให้ทุกเพลงครับ ตัวเล็กไปนิด อ่านยากหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับมีปัญหามากมายอะไร
เรื่องเพลง ไม่วิจารณ์แล้วกันครับ แล้วแต่ชอบ
แต่สำหรับอัลบั้มในครั้งนี้ ก็จัดว่าเก๋ไก๋ลงตัวและล้อตามคอนเซปท์ชื่ออัลบั้มได้ดีมากๆ

เสื้อกันหนาวขนเป็ด Down Jacket ซื้อมาโคตรถูก 555+

หากจะถามว่า เสื้อกันหนาวขนเป็ด (Down Jacket) หรือที่เรียกกันว่าบุด้วย Down Fill หรือ Feather อะไรนั้น คือเสื้อกันหนาวที่เรียกได้ว่าเป็นเกรดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใส่กันหนาวในประเทศหนาวๆครับ
ทว่า ราคาของมันนั้น แพงมากๆ!! หลักหลายพัน ไปจนถึงหมื่นต้นๆ ถ้าใครเจอ 3 พันกว่าๆ นี่จัดว่าถูกแล้วครับ
ดังนั้น หลายๆคนก็มักจะถามๆกัน ว่าซื้อที่ไหนถูก ... ใครบอกไปประตูน้ำ หรือแพลตตินั่ม ... ก็ขอบอกว่าราคา 900 ถึงพันกว่าบาท หน้าตาพอโอเค แต่ไม่ใช่ Down แท้นะครับ

แต่!! ผมได้เสื้อกันหนาวขนเป็ด Down Jacket แท้ๆ มาในราคาเพียง 250 บาทเท่านั้น!! ... ตัวนี้เลยครับ
ก็สารภาพกันล่ะครับ ว่า "มือสอง" ไม่งั้นจะได้ในราคา 250 บาทได้ไง จริงมะ?

ดังนั้น ถ้าคุณรับไม่ได้ กับของมือสอง ก็เป็นอันโมฆะไปสำหรับ Down Jacket ราคาถูก เหอๆๆ
แต่ถ้าคุณรับได้ ... จะแนะนำแหล่งให้!!
แหล่งก็คือ ร้านขายพวกเสื้อกันหนาวมือสองนั่นแหละครับ หาที่เป็นเสื้อกันหนาวจากญี่ปุ่นนะครับ ถ้าจีนแดงไม่แน่ใจเหมือนกันครับ

เมื่อเจอร้านขายเสื้อกันหนาวที่ส่วนใหญ่เป็นมือสองญี่ปุ่นแล้ว ก็ตรวจดูป้ายด้านในกันได้เลยครับ!!

เริ่มด้วยป้ายที่ไม่ใช่ Down หรือขนเป็ด
แต่เป็นพวก Nylon (ไนลอน) Cotton(คอตตอน) หรือ Polyester (โพลีเอสเตอร์) ครับ ... ผมเผลอซื้อมาตัวนึง ดูผิด นึกว่า Down 60%
ตามรูปเลยครับ
ดังนั้น ถ้าเจอแบบนี้ ก็อย่าซื้อเลยครับ เว้นแต่ว่าดีไซน์ถูกใจ แล้วก็ไม่ได้คิดจะใส่ไปแบบว่าอุณหภูมิเกือบติดลบ พูดง่ายๆคือใส่ในหน้าหนาวไทยเรา ก็นับว่าใช้ได้แหละครับ

แต่ถ้าจะเอา Down แท้ๆ จริงๆ ไม่ปลอม ... ต้องแบบนี้ครับ!! จำรูปร่างหน้าตัวภาษาญี่ปุ่นคำนี้ไว้ให้ดีๆเลยจ้า
สรุปก็คือ ผมได้เสื้อกันหนาว Down Jacket 80% มาหนึ่งตัวในราคา 250 บาท (แล้วก็ซื้อผิดอีกตัว 250 เท่ากัน รวมเป็น 500)
ส่วนตัวข้างล่างอีก 20% คือ Feather ครับ
- Down จะเป็นส่วนที่เป็นขนอุยๆปุยๆที่ติดกับกกขนน่ะครับ
- Feather จะเป็นส่วนที่เป็นขนคล้ายๆขนนกส่วนปลาย
 ... พูดง่ายๆคือ เป็นขนเป็ดแท้ๆ 100% แหละครับ แต่ได้เปอร์เซ็นต์ของ Down มาที่ 80% (เค้าว่ากันว่า Down กันหนาวได้ดีกว่า Feather)

และก่อนใครจะหาว่าผมมั่ว ... ก็ลองใช้ Google แปลภาษาดูครับ ^ ^
Down คือคำนี้จริงๆครับ ^ ^

ผลลัพธ์ครับ กับเสื้อกันหนาวขนเป็ดของแท้ ราคา 250 บาท ^ ^ (ใส่โชว์หน่อย)
รูดซิป ติดกระดุมให้มิดชิด (เสื้อกันหนาวแบบนี้ ต้องมิดชิดอยู่แล้ว)
หันข้างอีกนิดว่าพอดูได้ไหม?
ก็เสร็จเรียบร้อยครับ จบการรีวิวเสื้อกันหนาวขนเป็ดราคาโคตรถูกครับผม
หากใครถามว่า ซื้อที่ไหน ก็ต้องบอกว่าซื้อตามซุ้มตลาดนัดที่ขายเสื้อกันหนาวมือสองนี่แหละครับ ... ไม่ต้องไปซื้อในห้างเซ็นทรัล หรือห้างใดๆ 555+

CHANEL N°5 น้ำหอมฮิตอมตะจากชาแนล ในแบบมินิฟิล์ม

ชาแนลนัมเบอร์ไฟฟ์ Chanel No. 5 เป็นน้ำหอมที่ไม่มีคนรักน้ำหอมคนไหนไม่รู้จัก น้ำหอมตัวนี้วางขายในปีค.ศ. 1921 หรือปีพ.ศ. 2464 ... ซึ่งคนที่เกิดในปีนี้ที่ยังไม่ตาย คงเหลือไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งหมด แต่กับ Chanel No. 5 นั้น ยังจัดเป็นกลุ่มน้ำหอมระดับ Top 10 ของโลกอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ในไทยทำปลอมขายก็เยอะแยะ ... จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำหอมอมตะอีกตัวครับ สำหรับ Chanel No. 5

แล้วเพื่อไม่ให้ตำนานต้องเริ่มจาง ทาง Chanel ก็ปล่อยมินิฟิล์ม โฆษณาโปรโมทซ้ำอีกที ลง Youtube (ซึ่งมันก็ขายดีอยู่แล้ว) ในชื่อว่า CHANEL N°5: The One That I Want
เป็นการลงทุนที่หนักเหมือนกัน สำหรับน้ำหอมที่ติดลมบนอยู่แล้วอย่าง Chanel No. 5 (หรือว่ายอดขายแอบตกก็ไม่รู้นะ เลยทำคลิปกระตุ้น 555+)

ส่วนตัวไม่เคยได้สัมผัสกับน้ำหอมตัวนี้ครับ ... แต่จากโฆษณา ก็ชวนให้อยากอยู่เหมือนกัน ว่ากลิ่นจะประมาณไหน ... เดาว่าจัดจ้านนิดๆหรูหน่อยๆ (เดาครับเดา)
ก่อนหน้านี้เห็นโฆษณาของ Guerlain Shalimar คิดว่าโฆษณาเนี่ย ใช่เลย ... แต่กับ Chanel ผมต้องไปหาลองอีกที (ไม่เคยลองจริงๆครับตัวนี้ แต่มันดังมากๆนะ)

การแบ่งระดับชั้นของโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกา (USA)

การเปรียบเทียบโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษาของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับทางฝั่งอเมริกาแล้ว เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? ป.4-5-6 จะเทียบกับอเมริกา Grade ไหน? ลองดูกันตามนี้เลยครับ

ระดับประถมศึกษา
ประถมศึกษา elementary school
ป. 1
Grade 1
ป. 2
Grade 2
ป. 3
Grade 3
ป. 4
Grade 4
ป. 5
Grade 5
ป. 6
Grade 6

ระดับมัธยมต้น
มัธยมต้น
middle school, junior high school
ม. 1
Grade 7
ม. 2
Grade 8
ม. 3
Grade 9

ระดับมัธยมปลาย
มัธยมปลาย
high school
ม. 4
Grade 10
ม. 5
Grade 11
ม. 6
Grade 12

ก็ตามนี้แหละครับ สำหรับการเทียบระดับการศึกษาและระดับชั้นของโรงเรียนในอเมริกากับโรงเรียนในประเทศไทยครับ ^ ^

การแบ่งเกรด (GPA) ในประเทศอเมริกา USA

การแบ่งเกรดใน USA หรือสหรัฐอเมริกานั้น แตกต่างจากบ้านเรานะครับ เกรด 4 หรือเกรด A ของเค้า ก็ไม่เท่ากับเกรด 4 หรือ A ของประเทศไทยเรา เปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ (จริงๆก็เทียบกันไม่ได้ตั้งแต่หลักสูตรหรือการเรียนการสอนแล้วแหละ เพราะคนละแบบคนละเนื้อหาบ้างเหมือนกัน)

สำหรับ America ก็ตามตารางนี้เลยครับ

Grade
Percentage
Grade Point Value
A
93-100%
4.00
A-
90-92%
3.67
B+
87-89%
3.33
B
83-86%
3.00
B-
80-82%
2.67
C+
77-79%
2.33
C
73-76%
2.00
C-
70-72%
1.67
D+
67-69%
1.33
D
60-66%
1.00
F
0-59%
1.00
I
Incomplete
0.00

จะเห็นว่าของอเมริกาเนี่ย แค่ B- ขึ้นไป ก็เท่ากับเกรด A หรือ 4.00 ประเทศไทยแล้วนะครับ เค้าซอยถี่มากๆ
และการจะได้เกรด A- และ A ต้องทำให้ได้ถึง 90% ขึ้นไป จึงจะได้ A มาครอบครอง!! ไม่ใช่ง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม เค้าว่ากันว่า แต่ละโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษา(Primary School) มัธยมศึกษา(high school) ตลอดจนการศึกษาในมหาวิทยาลัย(University) ก็ยังมีความแตกต่างจากนี้บ้างเหมือนกัน ขึ้นอยู่แต่ละสถานศึกษาเหมือนกัน ไม่ตายตัวครับ แต่ส่วนใหญ่ประมาณนี้จ้า ^ ^