รีวิว Tudari Express กับเมนูฮิต Shindangdong Topokki

Tudari Express (ทูดาริ เอ็กซ์เพรส) ร้านเมนูจานด่วนยอดฮิตจากแดนกิมจิเกาหลี วันนี้มาถึงไทยแล้ว และเมนูฮิตที่มาพร้อมกันก็คือ Shindangdong Topokki (ชินดังดงต๊อกปกกิ)
ดังนั้น เมื่อผมได้ไปแวะลองชิม ก็นะ ... ต้องลองเมนูฮิตก่อน ^ ^

หน้าร้านครับ Tudari Express ... สาขาที่ไปกินคือที่ห้าง MAYA เชียงใหม่ครับ
ชินดังดงต๊อกปกกินั้น เป็นเมนูที่คนไทยคงรู้สึกแปลกใจมิใช่น้อย เพราะมันมีมาม่าแปะหน้ามาเลย 555+
เมนูฮิต แต่ใช้เส้นมาม่าเนี่ยนะ ... แต่เอาน่ะ มาม่าเกาหลี คนละรสกับมาม่าไทย คิดงี้เอาละกัน 555+
นอกจากมาม่าแปะหน้าแล้ว ก็จะมีก้อนดำๆนั่น ที่เป็นเครื่องเทศสูตรเฉพาะของชินดังดงต๊อกปกกิครับ ดังนั้นจุดเด่นจริงๆคืออันนี้ ก็พอจะพูดได้ นอกจากนั้น ก็มีเต้าหู้ ปูอัด ไข่ต้ม แล้วก็ผักต่างๆครับ

ที่โต๊ะเค้าจะมีบอกวิธีกินชินดังดงต๊อกปกกิด้วย
นอกจากนั้น เราจะเลือก Topping เพิ่มเติมก็ได้ครับ คล้ายๆเลือกของมาใส่หม้อสุกี้นั่นล่ะครับ ผมเลือกหมูสามชั้น ขอบอกว่าอร่อยและเข้ากันมากๆ (เพิ่งรู้ว่าหมูสามชั้นต้มกับน้ำซุปแบบนี้อร่อย)
ก็เปิดไฟ รอสักครู่ไม่นานแล้ว
จากนั้นก็อยู่ในภาพพร้อมกิน ... ^ ^
สรุปเลยนะครับ ว่าอร่อยดี อารมณ์เหมือนกินสุกี้ MK ในน้ำอีกสไตล์หนึ่ง ที่เผ็ดๆหน่อย รสชาติเข้มข้นครับ ... คือกินเสร็จแล้วได้ไอเดียนิดนึงว่าเวลาทำหมูจุ่มกินเองที่บ้าน หากเราจะดัดแปลงน้ำซุปไปบ้างก็อาจจะเข้าทีครับ ... ชินดังดงต๊อกปกกิ จริงๆแล้วไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ มันคือน้ำซุปอีกรสเท่านั้นเอง (แล้วก็ใช้เส้นมาม่าเกาหลี 555+) ซึ่งรสชาติน้ำซุปนี้ คิดว่าคนไทยชอบครับ รสชาติเข้มข้นและเผ็ดๆ

กินหมดแล้วครับ เหลือเหมือนกันครับ กินสองคนไม่หมดอ่ะ ...
ส่วนเครื่องดื่มที่มีให้ ก็พอประมาณครับ ไม่ได้หลากหลาย แต่ก็พอเลือกได้
คุณพี่สาวสั่งน้ำแตงโมปั่นครับ
ส่วนผม กินน้ำสไปร์ทอ่ะ คือแบบว่าอารมณ์ตอนนั้นมันอยากกินสไปร์ทพอดี 555+
อย่างไรก็ตาม ... ผมว่าเมนูอื่นน่ากินกว่าเมนูฮิตอันนี้นะ เท่าที่เห็นโต๊ะอื่นๆสั่งมา มันดูน่ากินมากอ่ะ
แต่ผมอยากลองเมนูฮิตสุด ก็เท่านั้นเองครับ ... ถ้าใครไปทานแล้วไม่ชอบ ก็คิดว่าอาจจะอยากกลับไปลองอาหารที่ Tudari Express อีกครั้งครับ เพราะว่าเมนูแนว A la carte ของที่นี่จัดว่าน่ากินมากครับ ^ ^ (ถ้าผมได้แวะไปกินอีก จะลองสั่งดูครับ)

รีวิว มาการอง ดาราเทวี เชียงใหม่ อร่อยสุดๆ!!

Macaron หรือ มาการอง นั้น เป็นขนมที่เพิ่งจะฮิตทำขายในไทยกันได้ไม่นานครับ แต่โดยส่วนตัวผมเองแล้ว มันก็แค่กินได้ ไม่ได้อร่อยมากมายอะไร และหลายๆร้านก็ทำออกมาหวานๆเจ็บๆ จนไม่อร่อยเท่าไหร่
... แต่ ... แว่วๆมาว่า มาการองของดาราเทวี เชียงใหม่ อร่อยเหาะ!! เป็นร้านที่ดังจากร้านในโรงแรม Dhara Dhevi อีกทีน่ะครับ จนตอนนี้ก็มีเปิดสาขาออกมาอีกหลายที่ ทั้งในกทม.และในเชียงใหม่เอง ไม่จำเป็นต้องไปกินในโรงแรมเท่านั้น
พอผมได้มีโอกาสแวะไปเชียงใหม่ ก็เลยขอชิมดูสักหน่อย ว่าจะเป็นอย่างไร ^ ^

ในเชียงใหม่ Dhara Dhavi Macaron นอกจากที่โรงแรมแล้ว ก็มีเปิดที่ห้าง MAYA (เมญ่า) กับ Central Festival Chiangmai ครับ ขอพาชมที่เซ็นทรัลเชียงใหม่กันก่อน
ร้านที่เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จะเป็นร้านเล็กๆที่ชั้นใต้ดิน หน้า supermarket เลยครับ
ซึ่งนอกจากมาการองแล้ว เบเกอร์รี่และเค้กต่างๆ ก็ขนมาขายด้วย หน้าตาน่าทานเหมือนกัน อยากลองอยู่เหมือนกัน ระดับโรงแรมดาราเทวีด้วยแล้ว เลื่องชื่อเอาการครับ ... แต่เผอิญวันนั้นช้อปอย่างอื่นหนักมาก เลยขอซื้อแค่มาการองติดกลับไปทานก็แล้วกัน
ลองดูรูปครับ Berry Treat
อันนี้ชื่อว่า The Top ครับ น่ากินอ่ะ เป็นชั้นๆ ไม่รู้ว่าแต่ละชั้นรสอะไรยังไงบ้าง
อันนี้ก็น่ากินมากๆครับ Mango Queen
เอาล่ะ มาดูมาการองกันดีกว่าครับ
ผมซื้อมา 12 ชิ้น ... ชิ้นละ 22 บาทสำหรับถูกสุด และแพงสุดที่ 40 กว่าบาทครับ (ดังนั้น ไม่ต้องกลัวแพง 22 บาท ไม่ได้แรงมากเลยครับ)
ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอารสไหนกี่ชิ้น ผมก็เลือกๆมาหลายรส แล้วก็จำไม่ได้ว่าอันไหนชื่อรสอะไร -*-
เปิดออกมาแล้วครับ
ก็แนะนำอันที่อร่อยมากๆ และจำรสได้ก่อนเลยครับ
แนะนำอันนี้ครับ Hazel Nut and Choco Praline ... อันนี้อร่อยสุดในกล่องครับ!! (แต่ก็ราคาแพงสุดในกล่อง) ไม่หวานเลี่ยนครับ อร่อยกลมกล่อมมากๆ
กัดเข้าไปแล้ว กรุ๊ป!! ข้างนอกกรอบบางๆ ข้างในนี่นิ่มมากๆ ... อันนี้อร่อยสุดครับ อันละ 49 บาท แพงหน่อย
ทีนี้ ถ้าถามว่า แล้วอันละ 22 บาทล่ะ?
อันไหนอร่อยสุด (ถ้าไม่อยากซื้อมาการองชิ้นละ 49 บาทมากินอ่ะนะ)
ก็รสนี้ครับ โดยส่วนตัวชอบรสคาราเมลครับ (Caramel)
มาการองรสคาราเมล จะหวานนะครับ ไม่เหมือน Hazel Nut and Choco Praline
แต่คาราเมลเค้าหอมอร่อยสุดๆอ่ะครับ ผมชอบมากๆ ถ้ายิ่งเป็นคนกินหวานด้วยแล้ว หายห่วงครับ
คาราเมลเค้าอร่อยกว่าคาราเมลข้าวโพด Pop Corn กาเร็ทเยอะมากๆครับ เรียกว่าคนละชั้น
ดังนั้นต่อให้คุณไม่ชอบหวาน ผมก็จะยังคงแนะนำรสคาราเมลครับ
แล้วที่เหลือๆที่ถ่ายมา ผมจำรส และจำชื่อไม่ได้แล้วครับ 555+
แต่เท่าที่กินแล้วนึกได้ว่าอร่อยอีก ก็มีรสกาแฟครับ อร่อยเหมือนกัน ... คือจริงๆอร่อยทุกอันนะ แต่ที่โดดๆมากกว่าเพื่อนที่ลิ้นผมชอบ ก็ประมาณนี้
ก็ดูหน้าตากันไปจ้า ^ ^"
...
หลังจากได้กินมาการองดาราเทวีที่เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่แล้ว ก็ตัดสินใจว่าอยากซื้อเพิ่มครับ (อร่อยจริงๆ)
แล้วก็รู้ว่าที่ห้าง MAYA ก็มีขาย ก็เลยเดินจากที่พักย่านนิมมานมาดูสาขาที่เมญ่าครับ เพราะว่าใกล้นิมมาน เดินมาได้
ปรากฎว่าที่เมญ่าเจ๋งกว่าที่เซ็นทรัลครับ อย่างแรกคือช้อปเค้าใหญ่ เปิดเป็นร้านอาหารด้วย นั่งทานได้เลยครับ!!
ดูบรรยากาศครับ น่านั่งมากๆ
เป็นโซนที่ชื่อว่า ร้านอาหารไทย เลอกรอง ลานนา ครับ ... อาหารคาวก็น่ากินนะผมว่า เหอๆๆ
และที่เด็ดกว่าเซ็นทรัลจริงๆก็คือ "ราคา" ครับ ชิ้นละ 22 ที่เซ็นทรัล ขายราคา 20 บาทที่เมญ่าอ่ะครับ!!
แล้วก็มีเบเกอร์รี่อื่นๆ เยอะกว่ามากครับ
เพียบเลยครับ น่ากินทั้งน้านนน!!
นอกจากเค้กแล้ว พวกขนมอบขนมปังก็มี หนาตาดูดีทุกอัน
รวมทั้งไอศครีมด้วย
คือสรุปแล้ว ที่เมญ่าเนี่ย ใครอยากลองชิมรสชาติดังๆเลื่องชื่อจากโรงแรมดาราเทวี ผมว่ามาที่ห้างเมญ่านี่เลยครับ มีหลายอย่างมากๆ

ก็เลยสรุปแล้ว ได้มาการองดาราเทวีที่เมญ่าไปอีก 24 ชิ้นครับ!! อร่อยจริงๆนะ มาการองเจ้านี้ ราคาไม่ได้ถูกก็จริง แต่ก็ไม่แพงเว่อร์นะ ชิ้นละ 20 บาทเองครับ!! (ขึ้นกับรสนะ แต่ถูกสุด 20 แนะนำคาราเมลจ้า)

รีวิว Yesterday Hotel เชียงใหม่ โรงแรมวันวาน ณ นิมมานเหมินท์เจ้า ^ ^

Yesterday Hotel Chiang Mai เป็นโรงแรมรีสอร์ทที่เดินผ่านแทบทุกครั้งที่ไปเที่ยวย่านถนนนิมมานเหมินท์ เชียงใหม่ครับ แอบมองแล้วก็รู้สึกว่าน่าพักดี ก็เล็งๆไว้อ่ะนะ ^ ^
แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าพัก เป็นที่พักที่โอเคใช้ได้ทีเดียวครับ ลองชมกันดูเลยจ้า ^ ^

เริ่มจากป้าย Yesterday กันก่อน แอบถ่ายบริเวณด้านหน้าล็อบบี้ครับ
โรงแรมเยสเตอร์เดย์นั้น เป็นโรงแรมที่ติดถนนนิมมานเหมินท์สายหลักเลยครับ ไม่ต้องเข้าไปในซอย ดังนั้น ทำเลของที่นี่จัดว่าดีมากๆสำหรับการเดินตระเวณบริเวณนิมมานฯเล่นยามเย็นๆ หาไรกินชิวๆแถวนี้ แล้วก็กลับเข้าที่พักแบบไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดแถวเชียงใหม่
จากถนน เดินเข้าไปในโรงแรม ก็จะได้บรรยากาศแบบนี้ ทางด้านขวามือเป็นร้านกาแฟของทางโรงแรมเองครับ คุณพี่สาวได้ทานอาหารเช้าที่นี่ บอกว่า "ดีมาก" ครับ อร่อย ... ผมไม่ได้ทานเพราะรีบออกไปทำธุระแต่เช้าตรู่ ไว้รอรูปอาหารเช้าจากคุณพี่สาวอีกทีครับ
เดินเข้าไปถึงล็อบบี้ครับ
และล็อบบี้ด้านใน อารมณ์ที่นี่ Vintage มากๆครับ เป็นโรงแรมที่วินเทจ และสไตล์ก็ไม่ได้ไทยจ๋าจนกลัวว่าจะมีแม่นากมาหลอกหลอน แต่เป็นไทยแบบคลาสสิกๆ ที่เห็นแล้วรู้สึกอยากถ่ายรูปเล่นแล้วแต่งสีสไตล์ Cross process เสียจริงๆ ... ส่วนรูปที่เห็นส่วนใหญ่จะออกเหลืองๆหน่อย เพราะสีไฟของที่นี่น่ะครับ รูปแทบทั้งหมดถ่ายตอนกลางคืนน่ะครับ
ไม่พูดพล่ามทำเพลง เข้าห้องพักกันเลยครับ ห้องที่จองไว้เป็นห้อง type ถูกสุดของทางโรงแรม แต่ห้องกว้างดีมากๆ เพดานสูงโปร่งครับ ไม่รู้สึกคับแคบแออัดแต่อย่างใด
เตียงไม่ได้นุ่มเว่อร์จนแบบว่านอนแล้วตัวยุบ แต่ก็นุ่มสบาย หลับดีครับ
การตกแต่งต่างๆในห้องจะแนววินเทจครับ แม้แต่ทีวี ก็ทำให้ดูเหมือนทีวีโบราณครับ
เฟอร์นิเจอร์เอยอะไรเอย เค้าก็จะเลือกมาเป็นเซ็ทให้ออกแนววินเทจ แล้วก็ประยุกต์แฝงความเป็นล้านนาเอาไว้บ้างในบางจุด ซึ่งดูแล้วก็เข้ากันได้ดี
โทรศัพท์เค้าใช้รุ่นนี้ครับ ^ ^ โทรศัพท์จริงนะครับ ไม่ใช่เอาไว้วางโชว์ประดับ ^ ^
ตู้คอนโทรลต่างๆ เก็บรีโมทแอร์ เสียบคีย์การ์ด และสวิทช์ไฟบางจุด อยู่ในตู้ที่คล้ายๆตู้ยาครับ
เปิดเข้าไปใสห้องน้ำ มีม้านกั้นในโซน shower
มีน้ำฟรีอยู่ตรงนี้ครับ สบู่มีให้ทั้งสบู่เหลวและสบู่ก้อน ข้อดีคือมีแปรงสีฟันและยาสีฟันด้วย
สายชำระก็มี ... ประตูเค้ามีผ้าขึงเป็นม่านไว้ด้วย เท่ดี
จุดเด่นอีกจุด เปิดประตูไป ทางระเบียงนอกห้อง เจอมุมประมาณว่าครัวครับ ซิงค์น้ำก็มีให้ ไม่นึกว่าจะมี เหอๆๆ
แล้วด้านนอก ข้างๆกัน ก็จะมีโต๊ะทานอาหารไว้ให้ด้วยครับ
จากในห้อง มองออกไปด้านนอก ... จริงๆแล้วเหมือนไม่มีหน้าต่างนะครับ (แต่คิดว่าห้องพักชั้นบนมี) แต่ดีไซน์ให้รู้สึกโปร่งสบายครับ ไม่อึดอัด แล้วก็ในห้องก็มีพัดลมดูดอากาศครับ มีสวิทช์เปิดปิดหน้าห้องน้ำ ไม่ต้องกลัวอากาศไม่ระบาย
ในตู้เย็นมีน้ำอีกเยอะเลย แล้วก็มีขวดเครื่องดื่มอย่างอื่นอยู่อีก
แก้วไวน์บริเวณมินิบาร์ ... แล้วก็ แป้งเย็นตรางู!! คลาสสิกสุดๆ
ที่นี่มี Wifi free ครับ โดย password จะอยู่ในกล่องเหมือนไม้ขีดไฟกล่องนี้ เท่าที่ลองใช้ดูก็เร็วใช้ได้ครับ
จากในห้องก็ขอออกไปตระเวณชมบริเวณรอบๆโรงแรมกันหน่อย อันนี้บริเวณส่วนโต๊ะอาหารด้านหน้า
และที่จอดรถของโรงแรม เท่าที่นับดู จอดได้ 11 คันครับ (ห้องพักน่าจะมี 18 ห้อง ... ผมว่าพออยู่นะ)
แล้วก็มีจักรยานให้ด้วย อันนี้ไม่ได้สอบถามนะว่าฟรีหรือว่าอย่างไร
บริเวณทางเดินชั้น 1 ก็มีโบรชัวร์ต่างๆไว้ให้เลือกดูเลือกเที่ยวกันด้วย
เก้าอี้โซฟาวินเทจสวยๆด้านหน้าใกล้ๆล็อบบี้ครับ
การตกแต่งและดีไซน์ ทางเข้าห้องน้ำบริเวณล็อบบี้ครับ (ตอนนี้เพิ่งมารู้ตัวว่าน่าจะลองเข้าไปดูการตกแต่งห้องน้ำซะหน่อย)
โถงทางเดินครับ เค้าจะตกแต่งประมาณนี้ ... ของจริงดูสวย ดูดี เรียบๆคลาสสิค สวยกว่าภาพที่ถ่ายมาเยอะนะครับ
บริเวณทางเดินจะมีตู้โชว์ ข้างในจะมีกล้องเก่าๆใส่โชว์ไว้ด้วย ... มีกล้อง TLR อยู่สองตัว Mamiya C330 กับ Yashica MAT EM ... สภาพภายนอกดูดีเหมือนยังใช้การได้ซะด้วยครับ (แต่คงใช้การไม่ได้แล้วล่ะ ไม่งั้นคงไม่มาอยู่ในตู้โชว์) กล้อง TLR ของผมยังใช้การได้ดี แต่สภาพภายนอกเยินกว่าของเค้าอีกอ่ะ เหอๆๆ ผมเคย รีวิวกล้อง TLR ไว้ด้วย ลองอ่านดูได้ครับ (ใช้งานได้จริงครับ แต่ฟิล์มและค่าล้างแพงมาก เห่อเล่นได้แป๊บเดียวครับ ไม่งั้นกรอบเป็นข้าวเกรียบ)
ภาพบริเวณบันได้ขึ้นไปชั้นสองกับชั้นสามครับ
แอบถ่ายวิวจากชั้นสองมาฝากครับ หรือชั้นสามก็ไม่รู้นะ ไม่แน่ใจ 555+
เดินออกไปที่ระเบียงชั้น 3 ครับ
และมองออกมา ... ด้านหน้าโรงแรมเยสเตอร์เดย์ ก็ห่างจากถนนแค่นี้เองครับ เดินสะดวกมากๆครับ แต่ก็ไกลพอที่จะไม่ได้ยินเสียงรถรบกวนนะครับ จัดว่าทำเลค่อนข้างถูกใจมากๆ
ก็เป็นโรงแรมที่สนใจแอบเล็งไว้หลายรอบแล้วครับ เดินมากับคุณภรรยาน่ะครับ ไม่รู้คุณภรรยาจะจำได้หรือไม่ แต่รอบนี้มาพักกับคุณพี่สาวแทน เป็นโรงแรมที่พักที่โอเคมากๆครับ ราคาอาจจะสูงไปนิด แต่ก็ไม่ได้แพงเว่อร์อะไรครับ โอเคเลยล่ะ
ถ้าใครสนใจจะพักที่ Yesterday Hotel Chiang Mai ก็แนะนำว่าลองเลยจ้า น่าจะชอบกันทุกคนนะคิดว่า ^ ^

อัพเดทอาหารเช้าครับ ที่นี่มีอาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะครับ แต่ไม่ได้หลากหลายเว่อร์อะไร เพราะห้องพักที่นี่น่าจะไม่เกิน 20 ห้อง แต่คุณพี่สาวก็บอกว่าอร่อยครับ แล้วก็ถูกใจอาหารเช้าที่นี่มาก

ห้องอาหารเช้าจะเป็นร้านอาหารและกาแฟของทางโรงแรมครับ ซึ่งเปิดบริการสำหรับคนภายนอกด้วย เปิดอยู่ด้านหน้าโรงแรม ติดถนนนิมมานเหมินทร์เลยครับ บรรยากาศสวยครับ
อาหารเช้า เห็นว่าสองแบบให้เลือกหลักๆคือ ABF กับข้าวต้มครับ ... สำหรับ ABF นั้นมีทั้งไข่คนและเบคอนครับ ใช้ได้แล้วสำหรับผม เหอๆๆ (ถ้าสแตนดาร์ดมากๆก็คือไข่ดาวกับไส้กรอก)
แล้วก็ยังมีผลไม้ มีเดนิช มีขนมปัง
คุณพี่สาวบอกว่าอร่อยมากๆครับ ถ้าไม่อร่อยดั่งว่า ก็เป็นเพราะคุณพี่สาวครับ เหอๆๆ ผมไม่เกี่ยว ^ ^

แต่ส่วนตัวก็มองว่าโอเคนะ เพราะที่นี่ไม่ใช่โรงแรมใหญ่ มีให้เท่านี้จัดว่าเจ๋งแล้วครับ ^ ^