ร้านไดโซ Daiso ที่ Auckland, New Zealand

สำหรับใครที่กำลังจะไปอยู่  Auckland ระยะเวลานานๆแบบว่าเป็นเดือน แล้วอยากจะรู้ว่ามีร้านรวงอะไรบ้าง ... ก็ขอแนะนำร้านนี้ก่อนเลยครับ เพราะเป็นร้านที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยกันดีกับร้าน Daiso หรือไดโซที่ขายสินค้าจากญี่ปุ่นนั่นเอง ... ที่นิวซีแลนด์ก็มีกับเค้าด้วยเหมือนกัน (ขายดีด้วย)

หน้าตาหน้าร้านครับ

ทำเลที่ตั้ง
อยู่ที่ The Civic ถนน Queen Street ครับ
นึกไม่ออกว่า The Civic อยู่ตรงไหน ก็ลองเดินตลุยถนนควีนสตรีทดูครับ คาดว่าหาไม่ยากสำหรับ The Civic ซึ่งเป็นโรงหนังยักษ์ใหญ่สุดในย่านนี้

เทียบกับ Daiso ในไทย
ร้านที่นิวซีแลนด์ ก็ไม่ค่อยต่างกับในไทยครับ พอๆกันอ่ะครับ สำหรับความรู้สึกผม เยอะพอๆกัน แต่ต่างกันตรง "ราคา" นี่แหละครับ ซึ่งจากรูปก็คงจะเห็นราคากันแล้ว ... ที่ 3.5 ดอลล่าร์นิวซีแลนด์ต่อชิ้น สมมุติว่าค่าเงินประมาณ 25 บาทต่อดอลล์ ก็จะตกอยู่ที่ 87.5 บาทต่อชิ้น แพงกว่าในไทยไปประมาณ 27.5 บาท ... แต่ถ้าซื้อ 3 ชิ้น จะตกอยู่ที่ 3.3 ดอลล์ ก็คือๆเดิมอ่ะนะครับ เหอๆๆ ... แต่ถามว่าคุ้มไหม บางชิ้นก็คุ้ม บางชิ้นก็ไม่คุ้ม ถัวเฉลี่ยกันไปครับ ต้องดูดีๆและเลือกใช้แต่ของราคาคุ้มค่าเท่านั้น ^ ^

รีวิวครีมกันแดดทาหน้า Nivea SUN light feel Daily Face Veil

Nivea SUN light feel Daily Face Veil ครีมกันแดดรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่เน้นความเบาบางเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับทาหน้าโดยเฉพาะ ใช้แล้วไม่หนักครับ ซึ่งคาดว่าทุกคนที่ใช้ครีมกันแดดกันเวลาไปเที่ยว คงจะคุ้นเคยกันดีกับครีมขาวๆข้นๆหนืดๆหนักๆ ซึ่งนานๆใช้ที มันก็ดีอยู่หรอก และกันแดดได้ดีด้วย
แต่ถ้าจะใช้แบบเป็นประจำบ่อยๆ ... ครีมกันแดดประเภทนั้นจะเป็นอะไรที่น่ารำคาญมากพอควรเลยล่ะครับ
ดังนั้นครีมกันแดดสำหรับคนที่ต้องใช้บ่อยๆ ออกแดดบ่อยๆ ก็แนะนำให้ลองตัวนี้ดูครับ นีเวียซันไลท์ฟีลครับ
จากชื่อ ก็บอกชัดเจนนะครับ ว่า Daily Face Veil ซึ่งก็หมายถึงว่า เป็นผ้าคลุม(เบาๆ)ให้กับใบหน้าได้ครับ
ดังนั้นสัมผัสจากเจ้าตัวนี้จะสบายๆครับ ... อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของมันก็คือ เพียง SPF 30 เท่านั้นน่ะครับ ได้อย่างเสียอย่าง แต่ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้ว จริงๆน่ะนะ
ขวดภายใน
ให้ดูเนื้อครีมครับ
เนื้อเหมือนโลชั่น และสีเหมือนครีมกันแดดรุ่นอื่นๆทั่วไป ... แต่จริงๆแล้วเหมือนมีส่วนผสมของน้ำมากกว่าครับ
เวลาทาที่แขนก็จะเกลี่ยได้ง่าย ไม่หนืดไม่หนักครับ ผมลองทาแขนผมดู ค่อนข้างง่าย เหมือนทาโลชั่นมากกว่าครีมกันแดดครับ
ดังนั้น ถ้าจะครีมกันแดดสำหรับทาหน้า ตัวนี้เหมาะมากๆครับ
และชื่อมันก็บ่งบอกอยู่แล้วครับ ว่าให้ใช้กับหน้า ซึ่งเน้นความเบาสบายจากการใช้ครีมกันแดด
ก็แนะนำครับ สำหรับ Nivea SUN light feel Daily Face Veil

รีวิว BVLGARI Pour Femme Eau De Parfum 50 ml 1.7 oz หอมละมุนยวนใจ

BVLGARI Pour Femme นี้ เป็นน้ำหอมรุ่นที่คุณพี่สาวฝากซื้อน่ะครับ ผมเจออยู่ในช้อป smith + caughey's ที่ถนน Queen street ในเมือง Auckland ครับ กำลังลดราคา sale ได้มาในราคาคิดเป็นเงินไทยแล้วก็ 1.935 บาทเท่านั้น!! ถูกไหมล่ะ!! ราคาถูกกว่า 30 ml อีก 555+
อย่างไรก็ตาม รสนิยมด้านน้ำหอมของผมกับคุณพี่สาวไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ คุณพี่สาวชอบกลิ่นหอมปกตินิยม แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติ หอมอ่อนๆละมุน ไม่แรงมาก
ส่วนผมชอบกลิ่นแปลกๆ (ไม่จำเป็นต้องแรงฉุน แต่ชอบแบบมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ที่ชอบก็เช่น Angel กับ Alien ของ Thierry Mugler หรือ Shalimar ของ Guerlain)
ซึ่งถ้าคุณรสนิยมตรงกับคุณพี่สาว จะต้องชอบ BVLGARI Pour Femme แน่นอน แต่ถ้ารสนิยมเดียวกับผม ก็จงบ๊ายบาย BVLGARI Pour Femme ซะเถิด 555+)

และนี่คือหน้าตาของ BVLGARI Pour Femme ครับ เริ่มจากกล่องกันก่อน
ไซส์ของขนาด 50 ml เวลาถือก็ประมาณนี้ล่ะครับ
เปิดกล่องออกดู ...
ก็จะเจอขวดอยู่ข้างในครับ และนี่คือโฉมหน้าของมันครับ หน้าตาดูดีพอควรครับ หรูหรามีระดับ ออกแนวโมเดิร์นนิดๆไม่หวือหวาจนเกินไป เรียกได้ว่าเรียบหรูก็คงจะได้
กลิ่นหลักๆเลยก็คือ ดอกไม้หอมๆอ่ะครับ แยกไม่ออกว่าผสมอะไรมั่ง จมูกผมไม่เซียน แต่ก็กลิ่นดอกไม้ล่ะครับ จุดเด่นคือผมว่าน่าจะมีกลิ่นดอกไม้ 3 ชนิด เป็นกลิ่นหลักๆอ่ะ มันแยกยากนะ -*- ไม่ได้มีอะไรกระแทกให้โดดออกมาเป็นตัวชูโรง แต่กลิ่นจะอ่อนละมุน ไม่ระคายเคืองรูจมูกครับ ไม่ว่าคนชอบหรือไม่ชอบน้ำหอม ก็ต้องโอเคกับกลิ่นนี้กันทุกคนครับ เป็นน้ำหอมที่ใส่ได้ในแทบจะทุกๆโอกาสครับ
ถัดจาก top เป็น middle ก็ยังจะเน้นดอกไม้เหมือนเดิมครับ เท่าที่ดมๆอยู่ตอนนี้ 555+

อย่างไรก็ตาม หากต้องการความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร น้ำหอมตัวนี้อาจจะตอบโจทย์ไม่ดีนัก ออกแนวพิมพ์นิยมครับ ^ ^

จุดที่ผมชอบสำหรับตัวขวดมันก็คือฝาครับ มีลายคำว่า BVLGARI รอบๆ สวยดี
เรียกได้ว่า Classy นิดๆครับตัวนี้
สาวๆคนไหนอยากได้ความหอมละมุน นุ่มๆ แนะนำว่าลอง BVLGARI pour femme กันดูได้ครับ

พาชม สนามบินสุวรรณภูมิด้านในเกท (Gate) ครับ

การประดับตกแต่งของสนามบินสุวรรณภูมินั้น โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าไฮไลท์หลายๆส่วน โดนส่งไปอยู่ด้านในหมด ก่อนรอหน้าเกทน่ะครับ ดังนั้น ถ้าไม่ได้ใช้บริการบินไปไหน ก็ไม่ได้เห็น -*-
ว่าแล้วก็ขอนำรูปบางส่วนด้านในมาให้ชมกันหน่อยครับ

จุดนี้เป็นจุดที่ออกทีวีบ่อยครับ ... ผมไม่รู้ว่าจะเรียกอย่างไรดี -*- (จำชื่อไม่ได้)
ขอเรียกว่ารามเกียร ชักคะเย่อแล้วกันครับ -*- (ขออภัยจริงๆ มันไม่รู้จริงๆอ่ะ)
ใครๆมาก็ต้องถ่ายรูปตรงนี้ครับ
เป็นไฮไลท์หลัก ที่ทุกคนต้องผ่าน สำหรับขาออก Departures ครับ
จากนั้น ก็จะมีแหล่งช้อปปิ้งมากมาย ... มีร้าน Coach (ตามที่เห็นในรูป) แล้วก็โน่นนี่นั่นอีกมากมาย
แน่นอน แอเมสยังมีเลยครับ
เมื่อมาถึงจุดรอหน้าเกท ก็จะเป็นป่องๆปล้องๆอย่างนี้ ที่เห็นยื่นๆจากภายนอกตัวสนามบินสุวรรณภูมิอ่ะครับ ข้างในเป็นแบบนี้
พระอาทิตย์กำลังสาดแสงเข้ามา ทำให้ดูสวยขึ้นเยอะเลยครับ
แล้วก็จะดูเครื่องบินเล่นแถวนี้ ไม่มีให้ดูเล่นแบบดอนเมือง
จบดื้อๆแค่นี้จ้า 555+
เอารูปมาแปะให้ดูกันเล่นๆไม่มีไรมากครับ ^ ^

Olympus OM-D E-M5 Mark II กับการถ่ายวิดีโอขั้นเทพ!!

คาดว่าคงเพียงพอแล้ว กับความเป็นกล้องมืออาชีพกับซีรี่ส์ Olympus OM-D แบบว่าไม่ต้องสาธยายมากมาย กับกันสั่นเทพ โฟกัสเทพ
มาครั้งนี้ Olympus OM-D E-M5 Mark II ปล่อยคลิปผ่าน youtube โชว์ความสามารถด้าน video ถึง 2 คลิปเน้นๆ!! ประหนึ่งจะยกให้ความสามารถด้านการถ่ายวิดีโอคือความสามารถเด่นอีกอย่างของกล้องตัวนี้ ซึ่งจะทำให้มันเป็นกล้องที่ perfect มากขึ้นอีกเยอะเลยครับ!!

คลิปแรกครับ แทบไม่น่าเชื่อว่าใช้มือถือกล้อง แล้วเดินถ่ายอ่ะครับ ภาพรวนสั่นน้อยมากๆ
ปล. ตอนที่มีภาพตากล้องกำลังถ่าย ไม่รู้ว่าใช้กล้องอะไรเหมือนกันนะครับ 555+ เพราะคลิปแรกนี้จะมีคำว่า shot with Olympus OM-D E-M5 Mark II ตลอดทั้งคลิปเลย อาจจะหมายถึงว่าทั้งสองมุม ก็คือกล้อง Olympus OM-D E-M5 Mark II ทั้งหมดก็ว่าได้

ส่วนคลิปต่อมาครับ เป็นแบบตอนกลางวันบ้าง จุดเด่นจะคล้ายๆคลิปแรก ตรงที่ว่าไม่น่าเชื่อว่าใช้มือถือกล้องเอาไว้ แล้วเดินถ่ายมันดื้อๆอ่ะครับ (ปล. คลิปนี้จะมีบอกไว้ครับ ว่าตอนไหนของคลิปคือถ่ายจาก Olympus OM-D E-M5 Mark II ดูทางมุมขวาล่างครับ) แต่จุดเด่นหลักๆที่เพิ่มเข้ามาคือการเปลี่ยนโฟกัส ในนาทีที่ 1:10 ครับ!! ไวแต่ไม่กระตุกครับ เจ๋งมากๆ
ช่วงนาทีที่ 1:23 ก็เปลี่ยนโฟกัสจากประตูมาที่คนได้เนียนเช่นกันครับ
นอกจากนั้น ... คาดว่าทุกคนคงเห็น การตั้งค่า effect สี ที่มาพร้อมกับโหมดวิดีโอ!! ตั้งแต่ต้นคลิปแล้วครับ ใช้สีแบบฟิล์ม แล้วหลังๆมีแบบตัดสีให้ดูด้วย เจ๋งมาก

เป็นไงครับ ผมว่าความสามารถด้านถ่ายวิดีโอของกล้องตัวนี้จัดว่าแถวต้นๆในกลุ่มกล้องเดียวกันได้เลยนะครับ คาดว่าคนที่เน้นซื้อ DSLR ไปถ่ายวิดีโอ อาจจะต้องมอง Mirrorless รุ่นนี้ไว้บ้างแล้ว

รีวิวลิปมันโยเกิร์ต Bulgarian Yogurt Lip Balm ของ Mistine ครับ

เป็นสินค้ามิสทีนที่มีขายในเซเว่นอีกตัวครับ สำหรับ Bulgarian Yogurt Lip Balm หรือลิปมันรสโยเกิร์ตบัลแกเรียครับ
... ก็ไม่นึกว่าโยเกิร์ตบัลแกเรีย จะเข้าสู่แวดวงลิปมันกับเค้าด้วย ... แต่ก็ขอบอกว่า ใช้แล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกันครับ

หน้าตาแบบนี้ มีวางขายตามเซเว่นน่ะครับ
แกะมาดูหน้าตาหลอดดูหน่อย ก็เรียบๆครับ
ธรรมดาๆ
ว่าแล้วก็ขอลองใช้
เนื้อลิปมันสีขาวขุ่นครับ (ตามปกติลิปมันล่ะนะ)
หลังจากใช้แล้ว รสโยเกิร์ต มันเข้ากับความเป็นลิปมันดีนะ ไม่จัดเกินไปแบบพวกรสผลไม้ ที่แบบว่านั่งทำงานไป ก็เหมือนมีขนมติดปากอยู่ตลอดเวลาแบบนั้น ... และก็ไม่ถึงกับจืดชืดเกินไป ก็มีรสเปรี้ยวๆแบบนมเปรี้ยวโยเกิร์ตติดมาจางๆครับ
อย่างไรก็ตาม เนื้อลิปมันก็ปกติอ่ะครับ ไม่ได้พิเศษหรือแย่กว่ายี่ห้ออื่นๆนะ จะเด่นกว่าเค้าก็ตรงรสโยเกิร์ตนี่ล่ะครับ ^ ^

รีวิวแผ่นเช็ดรองเท้าหนัง ไม่ดำไม่มัน!!

สำหรับคนที่อยากจะขัดรองเท้าหนังด้าน หรือไม่อยากขัดรองเท้าให้มันเป็นมันวาวแว้บ!! ผมขอเสนอทางเลือกใหม่ กับการใช้แผ่นเช็ดรองเท้าหนังครับ ทำความสะอาดรองเท้า แต่ไม่ทำให้มันครับ!!
ซื้อมาจากร้าน Jipata ครับ คิดว่า Daiso ก็น่าจะมีแต่อาจจะอีกยี่ห้อ หน้าตาเป็นอย่างเงี๊ยะครับ
ดูแล้วเหมือนซองแผ่นเช็ดก้นเด็กแฮะ 555+

ว่าแล้วก็มาดูรองเท้ากันต่อ รองเท้าผมเก่า ฝุ่นจับ (แต่ก็ยังใช้อยู่นะ 555+)
สภาพก็อย่างที่เห็นๆ

ดึงแผ่นออกมา ...
แล้วก็เช็ดๆๆๆๆๆ ไปบนรองเท้า แผ่นนึงก็เช็ดได้ข้างนึงพอดีครับ

เช็ดเสร็จแล้ว ก็จะได้รองเท้าออกมาในสภาพนี้ ไม่เป็นมันวาววับเหมือนกับใช้กีวี่อ่ะครับ และที่สำคัญคือ ถ้าเป็นรองเท้าหนังสีอื่นๆ เช่นสีขาว สีน้ำตาล หรือจะเขียวแดงอะไรก็เถอะ ใช้ตัวนี้ขัดได้หมดครับ
ข้อเสีย ก็มีอย่างเดียว ... อย่างที่เห็นจากรูปครับ คือถ้าตัวหนังของรองเท้าแท้จริงแล้วมันอยู่ในสภาพเก่า เจ้าตัวนี้จะไม่ปกปิดร่องรอยความเก่าเหมือนกีวี่ครับ แต่ถ้าหนังอยู่ในสภาพใหม่ๆ ใช้ตัวนี้เลย แนะนำครับ ^ ^